The iCon Group บริษัทอารมณ์ดี

เผยความลับ! โกโก้ มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

โกโก้ วัตถุดิบและเครื่องดื่มยอดฮิต ที่สามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้ ได้โกโก้เย็นสักแก้ว เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้ดีทีเดียว ซึ่งโกโก้นับเป็นทางเลือกของคนที่ไม่ดื่มกาแฟ เพราะมีคาเฟอีนอ่อนๆ ช่วยให้สดชื่น ตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า แถมยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ว่าจะช่วยให้อารมณ์ดี ควบคุมน้ำหนัก และบำรุงผิวพรรณ ซึ่งในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักโกโก้ให้มากขึ้น พร้อมเผยคุณประโยชน์มากมายที่ทุกคนต้องอึ้ง! 

โกโก้ คืออะไร มีคาเฟอีนไหม?

โกโก้ คืออะไร มีคาเฟอีนไหม?

โกโก้ เป็นผลผลิตจากต้นโกโก้ หรือต้นคาเคา (Cacao) เช่นเดียวกับช็อกโกแลต โดยการนำเมล็ดโกโก้มาผ่านกระบวนการแปรรูป จนถึงขั้นตอน Cocoa Liquor ที่เป็นของเหลว โดยหากเป็นโกโก้จะถูกสกัดรีดเอาไขมันโกโก้ออกไป จนกลายมาเป็นผงโกโก้ที่มีไขมันอยู่เพียง 0-24% ส่วนผงช็อกโกแลตจะเติม น้ำตาล หรือน้ำมันปาล์ม ลงไปในขั้นตอน Cocoa Liquor แล้วค่อยนำไปบด เป็นผงช็อกโกแลตที่หอมหวาน

ผงโกโก้จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ ผงโกโก้ธรรมชาติ (Natural Cocoa Powder) จะเห็นเป็นสีน้ำตาลคล้ายกับสีดินแห้งๆ รสขม นิยมใช้ทำขนม โดยเฉพาะบราวนี่ ซึ่งจะได้รสช็อกโกแลตแบบเต็มๆ อีกแบบคือ ผงโกโก้ดัทช์ (Dutch-Process Cocoa Powder) มีสีน้ำตาลอมแดง ขมน้อย รสชาติละมุน และอร่อยกว่าผงแบบแรก นิยมนำมาเป็นเมนูชง หรือไอศกรีม

ในผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ จะมีคาเฟอีนประมาณ 12 มิลลิกรัม หรือ 1 ใน 8 ส่วนของคาเฟอีนในแก้วกาแฟร้อนขนาด 8 ออนซ์ และผงโกโก้แท้ ขนาด 100 กรัม จะมีคาเฟอีน 230 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังมีสารกระตุ้นอย่าง ทีโอโบรมีน (Theobromine) ในปริมาณสูง ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายคาเฟอีน อาจส่งผลให้เกิดอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ แต่จะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการดื่มกาแฟในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน

ประโยชน์ของโกโก้ อร่อย พร้อมสุขภาพดี

ประโยชน์ของโกโก้ อร่อย พร้อมสุขภาพดี

1. ช่วยป้องกันมะเร็ง เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) พบมากสุดในโกโก้ ช่วยลดการอักเสบ ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ยับยั้งการเติบโต และป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง โดยมีการทดลองในสัตว์พบว่าโกโก้ สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งต่อมลูกหมากได้

2. ช่วยลดความดันโลหิต สารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มระดับไนตริกออกไซด์ (Nitric oxide) ในเลือด ช่วยควบคุมความดันโลหิต กระตุ้นการไหลเวียนของระบบเลือด ลดลิ่มเลือดอุดตัน และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

3. ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน เพราะสารฟลาโวนอยด์สามารถชะลอการย่อยคาร์โบไฮเดรตและดูดซึมในลำไส้ กระตุ้นการดูดซึมน้ำตาลจากเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อ ช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้

4. ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ในโกโก้มีสารต้านอนุมูลอิสระ โพลีฟีนอล (Polyphenol) ช่วยลดความเสื่อมของระบบประสาท ที่ส่งผลให้เกิดโรคพาร์กินสัน และอัลไซเมอร์ โดยจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5. บรรเทาอาการหอบหืด เพราะในโกโก้มีสารธีโอโบรมีน (Theobromine) และธีโอฟิลลีน (Theophylline) ช่วยให้ปอดขยาย หายใจได้โล่งขึ้น ป้องกันอาการหายใจผิดปกติ และหายใจลำบากที่เกิดจากโรคปอดเรื้อรัง กระตุ้นการเต้นของหัวใจ สามารถลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

6. ช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความอยากอาหาร ควบคุมการใช้พลังงาน ทำให้รู้สึกอิ่มนาน มีการศึกษาที่พบว่าผู้ที่ทานโกโก้เป็นประจำจะมีดัชนีมวลกายต่ำกว่าผู้ที่ไม่ทาน และการศึกษาเกี่ยวกับผู้ที่ลดน้ำหนัก โดยใช้คาร์โบไฮเดรตต่ำควบคู่กับการทานโกโก้วันละ 42 กรัม ทำให้น้ำหนักลดเร็วกว่าผู้ที่ไม่ทาน

7. ช่วยให้อารมณ์ดี เพราะมีกรดอะมิโนทริปโตฟาน (Tryptophan) กระตุ้นให้สมองหลั่งสารเซโรโทรนิน (Serotonin) หรือสารแห่งความสุข ที่จะไปยับยั้งเอนไซม์โมโนเอมินเอ็กซิเดส หรือเรียกสั้นๆ ว่า “MAO inhibitor” เพื่อให้สารสื่อประสาทต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดความเครียด ลดอาการซึมเศร้า ทำให้เราสดชื่นและผ่อนคลาย

8. บำรุงผิวพรรณ เพราะในโกโก้มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ยกตัวอย่าง สารโพลีฟีนอล ที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ ช่วยลดการเกิดริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ป้องกันแสงแดด ทำให้ผิวสวย เนียนนุ่ม แลดูอ่อนกว่าวัย

กินโกโก้อย่างไร? ให้ดีต่อสุขภาพ

กินโกโก้อย่างไร? ให้ดีต่อสุขภาพ

ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าปริมาณโกโก้เท่าไหร่ถึงจะดีต่อสุขภาพ แต่หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของยุโรป แนะนำให้ทานผงโกโก้ ดังนี้

  1. อยากให้หัวใจแข็งแรง ควรกินผงโกโก้วันละ 1 ช้อนโต๊ะ ซึ่งโรยหน้าขนม หรือชงเป็นเครื่องดื่มก็ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ
  2. หากอยากให้ผิวสวย ควรดื่มหรือกินโกโก้ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ เพราะโกโก้มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยสุขภาพดี
  3. ควรเลือกทานโกโก้ ที่ไม่มีส่วนผสมของนม หรือน้ำตาลเพิ่มมากเกินไป เช่น Boom Cocoa Plus โกโก้ผงชงดื่ม เข้มข้นด้วยผงดาร์กโกโก้แท้ ให้คุณดื่มด่ำความหอมหวาน ละมุน แบบไม่มีน้ำตาล ผสานคุณค่าจากสารสกัดเกรดพรีเมี่ยมเพื่อสุขภาพถึง 36 ชนิด มีโปรตีนและใยอาหารสูง ช่วยลดความอยากอาหาร และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสารสกัดสำคัญอย่าง L-Phenylalanine ช่วยในการสร้างฮอร์โมนคอเลซิสโตไคนัน (Cholesystokinin,CCK) ทำให้มีการย่อยอาหารช้าลง จึงรู้สึกอิ่มนานขึ้น
  4. ควรเลือกทานดาร์กโกโก้ ที่มีโกโก้อย่างน้อย 70% และไม่ผ่านการแปรรูปหรือให้ความร้อน เพราะอาจจะทำให้คุณประโยชน์มากมายที่มีอยู่หายไป ดังนั้นควรเลือกทานโกโก้ที่สามารถละลายในน้ำเย็นได้ อย่าง Boom Cocoa Plus เพื่อให้คุณมั่นใจว่าจะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

โกโก้ เมนูทางเลือกเพิ่มความสดชื่นสำหรับคนไม่ดื่มกาแฟ เพราะมีคาเฟอีน ทำให้รู้สึกตื่นตัว แต่มาในปริมาณน้อยกว่ากาแฟ จึงไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย แต่จะให้คุณประโยชน์หรือโทษนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการทานด้วย โดยส่วนมากการเลือกทานเมนูโกโก้โดยไม่มีส่วนผสมของนม และน้ำตาล จะค่อนข้างดีกับร่างกายมากกว่า อย่าง Boom Cocoa Plus เทรนด์ใหม่แห่งการดูแลรูปร่างและสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก รสชาติดี ไม่มีน้ำตาล ให้คุณได้ทั้งความสดชื่น และสุขภาพดี

Share this article
Shareable URL
Prev Post

กลูต้า ช่วยให้ขาวจริงไหม? ควรกินอย่างไรให้เห็นผล

Next Post

เผยเคล็ดลับ! เผาผลาญไขมัน โดยไม่ต้องออกกำลังกาย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Read next

เรื่องสำคัญที่ควรรู้! โรคที่ห้ามกินคอลลาเจน มีอะไรบ้าง?

ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นยิ่งทำให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้น้อยลง โดยเฉพาะในคนวัย 40+ ขึ้นไป เป็นที่มาของปัญหาริ้วรอย…
0
Share