The iCon Group บริษัทอารมณ์ดี

ทริคการเลือก ครีมกันแดดหน้า เลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิวหน้ามากที่สุด

อันตราย…ที่เกิดขึ้นกับผิวหน้า คงไม่มีอะไรรุนแรงไปกว่า “แสงแดด” ในประเทศไทย ที่ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ทำร้ายผิวได้ทุกเวลา และยังเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผิวเหี่ยวย่น ริ้วรอย ความหมองคล้ำจากรังสี UV ที่เข้าไปทำลายคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ครีมกันแดดหน้า จึงเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่ขาดไม่ได้ ไอเทมสำคัญที่จะช่วยปกป้องผิวหน้าของคุณจากแสงแดด

ครีมกันแดด คือ ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ที่มาจากแสงแดด ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง และยังทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ส่งผลให้ผิวคล้ำ ดังนั้นการทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอต่อให้อยู่ในที่ร่มหรือไม่ได้เจอกับแสงแดด จึงถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของทุกคน แต่จะเลือกครีมกันแดดยังไง? ถึงจะเหมาะกับผิวหน้าของเรามากที่สุด ก่อนอื่นเราไปทำความเข้าใจเรื่องค่าต่างๆ ที่อยู่ในครีมกันแดดกัน!

ค่า SPF กับ PA ใน ครีมกันแดดหน้า คืออะไร

SPF คืออะไร?

SPF ย่อมาจาก Sun Protection Factor เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสี UVB ซึ่งตัวเลขข้างหลัง SPF จะเป็นจำนวนเท่าของการปกป้องผิว ให้คุณสามารถยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิว ซึ่ง SPF เป็นค่าที่บ่งบอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB เท่านั้น!

รังสี UVB เป็นรังสี UV ที่มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 290-320 นาโนเมตร (nm) หากผิวสัมผัสถูกรังสี UVB จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (Deoxy-Ribonucleic Acid; DNA) ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง

  • ค่า SPF 15 สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 93.3% 
  • ค่า SPF 30 สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 96.7% 
  • ค่า SPF 45 สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 97.8% 
  • ค่า SPF 50 สามารถดูดซับรังสี UVB ได้ 98%

PA คืออะไร?

PA ย่อมาจาก Protection grade of UVA เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถของ ผลิตภัณฑ์ในการป้องกันอาการดําคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสี UVA โดยใช้เครื่องหมายบวก (+) แสดงระดับของประสิทธิภาพที่สามารถปกป้องผิวได้

รังสี UVA เป็นรังสี UV ที่มีความยาวคลื่นยาวที่สุด คืออยู่ระหว่าง 320-400 นาโนเมตร (nm) และเป็นสาเหตุสําคัญของการเกิด ผิวแก่ก่อนวัย จุดด่างดํา และฝ้า นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า UVA สามารถทําให้ผิวมีความไวต่อ UVB เพิ่มมากขึ้นด้วย

จะสังเกตเห็นว่าค่า PA มักจะตามต่อท้ายค่า SPF เสมอ และไม่มีค่าตัวเลข มีเพียงเครื่องหมายบวก (+) เท่านั้น โดยไล่ระดับไปตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++ ซึ่งมีระดับการป้องกันดังนี้

  • PA + ปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่าผิวปกติ 2-4 เท่า ถึงแม้ว่าจะเป็นการป้องกันระดับน้อย แต่ก็เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมในอาคาร ตึก หรือบ้านที่ไม่ต้องเจอแสงแดด เช่น พนักงานออฟฟิศ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว
  • PA ++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่าผิวปกติ 4-8 เท่า โดยจะอยู่ในระดับปานกลาง เหมาะกับผู้ที่ต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีการโดนแสงแดดบ้าง แต่ก็เป็นแสงแดดที่ไม่รุนแรงนัก
  • PA +++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่าผิวปกติ 8-16 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงมาก เป็นค่า PA ที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เหมาะกับกลุ่มคนที่จำเป็นต้องออกไปในสถานที่ที่มีแดดแรงจัด หรือต้องอยู่ท่ามกลางแสงแดดทั้งวัน เช่น ทะเล สามารถเลือกใช้เป็น SPF 50 PA+++ ขึ้นไปได้เลย
  • PA ++++ ปกป้องผิวจากรังสี UVA ได้มากกว่าผิวปกติ 16 เท่า เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่สูงสุด เหมาะกับผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งทั้งวัน เช่น เล่นกีฬากลางแจ้ง

หากครีมกันแดดหน้ายี่ห้อไหนมีค่า PA ++++ หมายความว่าจะสามารถช่วยปกป้องผิวหน้าจากการโจมตีของรังสี UVA ได้ดีกว่าการไม่ทาถึง 16 เท่า

ซึ่งผลิตภัณฑ์ “iCon Face Universal Sunscreen” มีค่า SPF 50+ ดูดซับรังสี UVA ได้มากถึง 98% และมีค่า PA ++++ ป้องกันรังสี UVA ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เข้ามาช่วยปลอบประโลมผิวจากความร้อน เติมความชุ่มชื้น คืนความสดชื่นให้กับผิว และยังปกป้องครอบคลุมถึง 5 ปัจจัยทําร้ายผิว UVB, UVA/Long UVA, Blue Light, PM2.5 & Pollution, Heat-Stress เนื้อสัมผัส Ultra Light บางเบาทำให้ผิวหายใจได้ เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ พร้อมสูตรพิเศษควบคุมความมัน กันน้ำได้ (Oil Control & Water Resistance) ไม่อุดตัน ไม่เป็นคราบ ซึมซาบเร็ว

วิธีเลือก ครีมกันแดดหน้า ให้เหมาะกับสภาพผิว

วิธีเลือก ครีมกันแดดหน้า ให้เหมาะกับสภาพผิว

เมื่อรู้แล้วว่าค่าต่างๆ ที่อยู่ในครีมกันแดดมีอะไรบ้าง? และบ่งบอกถึงอะไร? ต่อไปเราจะมาทำความเข้าใจกันว่าแต่ละสภาพผิวนั้น ควรเลือกใช้ครีมกันแดดแบบไหน เพื่อให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของเรามากที่สุด

1. ครีมกันแดดสำหรับคนผิวแห้ง

ผิวแห้ง มีลักษณะเป็นผิวที่สูญเสียความสมดุลของความชุ่มชื้น ทำให้ต่อมไขมันในชั้นผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาได้น้อย ส่งผลให้ผิวแห้ง ตึง แตก และมีอาการคัน หรือรู้สึกระคายเคืองร่วมด้วย ดังนั้นวิธีเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับคนผิวแห้ง ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อครีม เพราะว่าเป็นเนื้อสัมผัสที่เหมือนกับครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และมีสารบำรุงในตัว สามารถช่วยกันแดดได้ดี พร้อมช่วยเสริมให้ผิวมีความชุ่มชื้นมากขึ้น และลดโอกาสในการทาครีมกันแดดแล้วเป็นขุย ควรหลีกเลี่ยงการใช้ครีมกันแดดที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น

2. ครีมกันแดดสำหรับคนผิวมัน

เป็นลักษณะผิวที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ มีรูขุมขนกว้างที่สามารถสังเกตเห็นได้ ทำให้ผิวหน้ามันเร็ว ผิวมันวาว ควรเลือกครีมกันแดดแบบเนื้อเจล เพราะมีเนื้อสัมผัสเบาบางกว่ากันแดดแบบอื่นๆ ซึมไว ไม่มีสี ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิว และไม่เพิ่มความมันให้ผิว ทำให้เกิดโอกาสรูขุมขนอุดตันได้น้อย และลดโอกาสในการเกิดสิว

3. ครีมกันแดดสำหรับผิวผสม

ผิวผสม เป็นลักษณะของคนที่มีผิวแห้ง และผิวมันรวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากผิวบริเวณ T-Zone ที่จะมีความมันสะสมมากกว่าบริเวณอื่นๆ อีกทั้งยังมักเกิดปัญหาผิวแห้ง ผิวลอกในบางจุดบนใบหน้า สามารถใช้กันแดดได้ทั้งรูปแบบครีม และรูปแบบเจล โดยครีมกันแดดเนื้อครีมนั้นควรจะเลือกที่มีเนื้อสัมผัสไม่หนักจนเกินไป เพราะผิวผสมนั้นยังมีความมันบนผิวอยู่ ถ้าหากเลือกครีมกันแดดที่มีเนื้อหนัก อาจทำให้เกิดการอุดตัน และเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวได้ง่าย

4. ครีมกันแดดสำหรับผิวบอบบาง

ผิวบอบบาง หรือผิวที่เป็นสิวง่าย คือผิวที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ทำให้ถูกทำร้ายจากมลภาวะ และแสงแดดได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้ผิวอักเสบ ผิวลอก และเป็นสิว ควรเลือกครีมกันแดดเนื้อน้ำนม หรือเนื้อโลชั่นที่มีความบางเบา ไม่หนักผิวมากจนเกินไป ที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน น้ำหอม สารกันเสีย เพราะอาจทำให้ผิวอักเสบ และเกิดสิวมากขึ้นได้

5. ผิวแพ้ง่าย หรือระคายเคืองง่าย

สำหรับสภาพผิวแพ้ง่าย หรือระคายง่ายนั้น ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีสารก่อการระคายเคือง เช่น พาราเบน แอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม เป็นต้น หรืออาจะเลือกครีมกันแดดที่ระบุว่า “สำหรับผิวแพ้ง่าย” หรือผ่านการทดสอบการระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง Dermatologically tested เพราะเป็นครีมกันแดดที่มีความอ่อนโยนกับผิวเป็นพิเศษ

โดย iCon Face Universal Sunscreen SPF 50+ PA++++ เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด แบบ Hybrid Sunscreen (Physical + Chemical) ซึ่งผ่านการทดสอบการระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนัง Dermatologically tested เนื้อครีม Ultra Light บางเบา มีคุณสมบัติเป็น Tone Up ช่วยปรับระดับสีผิว ให้ผิวดูโกลว์สวย เสมือนเมคอัพเบส ปราศจากสีสังเคราะห์ (Synthetic Color Free), ปราศจากพาราเบน (Paraben Free), ปราศจากสารกันเสีย (Formaldehyde Free) และปราศจาก Sodium Lauryl Sulfate (SLS Free) จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว

ดังนั้น ก่อนเลือกใช้ ครีมกันแดดหน้า ต้องทําความเข้าใจเรื่องค่าต่างๆ ที่อยู่ในครีมกันแดดก่อน รวมถึงวิธีเลือกครีมกันแดด ให้เหมาะกับสภาพผิว และควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้งจากรังสี UVA และรังสี UVB โดยมีทั้งค่า SPF และค่า PA แสดงอยู่บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

Share this article
Shareable URL
Prev Post

แนะนำ วิธีเสริมภูมิคุ้มกันด้วย วิตามินซี สำหรับคนพักผ่อนน้อย

Next Post

นอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ มีวิธีแก้ไขอย่างไร? ไม่ให้เสียสุขภาพ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Read next

แก้ไขให้ตรงจุด! หน้าหมองคล้ำ เกิดจากอะไร ควรใช้อะไรดี?

หน้าหมองคล้ำ ปัญหากวนใจใครหลายคน ซึ่งการหมองคล้ำนี้ก็เกิดได้หลายปัจจัยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ แสงแดด…
0
Share